• Our Beloved HRH Princess Bajrakitiyabha
  • NBTC E-Lib_2022
  • New Releases
  • NBTC - NCSA
  • PR-Smart Digital
  • NBTC Telecom and Broadcasting Barometer Vol.3/2025
  • National Geographic Magazine
  • Mobile Application NBTC E-Library
  • One Page พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

Worrapong Assavarangsi
15 Sep 2025

อย่ามองข้าม! 5 อันตรายที่ซ่อนอยู่จากการหาวบ่อยเกินไป


การหาวเป็นปฏิกิริยาทางธรรมชาติของร่างกายที่บ่งบอกถึงความง่วงหรือความเหนื่อยล้า แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการหาวบ่อยๆ หรือหาวถี่ผิดปกติอาจเป็นสัญญาณเตือนของอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายได้ มาดูกันว่าการหาวที่ดูเหมือนธรรมดามีอะไรที่น่ากังวลบ้าง


5 อันตรายที่ซ่อนอยู่จากการหาวบ่อยเกินไป


1. ภาวะง่วงนอนมากเกินไปในเวลากลางวัน (Excessive Daytime Sleepiness: EDS)


การหาวเป็นอาการหลักของภาวะนี้ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น:



  • โรคนอนไม่หลับ (Insomnia): นอนหลับยาก ตื่นบ่อย หรือหลับไม่สนิท ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ

  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea): ทางเดินหายใจถูกอุดกั้นเป็นระยะๆ ขณะนอนหลับ ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอและต้องตื่นขึ้นมาหายใจเป็นช่วงๆ โดยไม่รู้ตัว ทำให้การนอนไม่มีคุณภาพ

  • โรคลมหลับ (Narcolepsy): เป็นโรคทางระบบประสาทที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมการหลับและการตื่นได้ ทำให้รู้สึกง่วงนอนอย่างรุนแรงและหลับได้ทุกที่ทุกเวลา


หากปล่อยไว้ ภาวะเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ


2. ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด


แม้จะฟังดูไม่เกี่ยวกันโดยตรง แต่มีการศึกษาพบว่าการหาวบ่อยครั้งอาจเป็นสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับหัวใจได้ เนื่องจากอาจบ่งชี้ถึง:



  • ปัญหาการไหลเวียนโลหิต: การไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงหัวใจและสมองไม่ดีพอ ทำให้ร่างกายพยายามปรับสมดุลด้วยการหาว

  • ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน: การหาวที่มาพร้อมกับอาการอื่นๆ เช่น เจ็บหน้าอก หายใจถี่ เหงื่อออก และคลื่นไส้ อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะหัวใจวายได้


หากคุณมีอาการหาวบ่อยๆ ร่วมกับอาการผิดปกติอื่นๆ โดยเฉพาะอาการที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด


3. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด


ยาบางประเภทอาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้ง่วงซึมและหาวบ่อยขึ้น เช่น:



  • ยาต้านฮิสตามีน (Antihistamines): ที่ใช้รักษาอาการแพ้

  • ยาในกลุ่ม Selective Serotonin Reuptake Inhibitors (SSRIs): ที่ใช้รักษาภาวะซึมเศร้า

  • ยารักษาอาการเจ็บปวดบางชนิด


หากคุณสังเกตว่าเริ่มหาวบ่อยขึ้นหลังจากเริ่มใช้ยาตัวใหม่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำ


4. ปัญหาเกี่ยวกับสมองและระบบประสาท


การหาวบ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณของโรคทางระบบประสาทที่ร้ายแรงได้ เช่น:



  • โรคลมชัก (Epilepsy): การหาวที่ผิดปกติอาจเป็นอาการนำก่อนเกิดอาการชัก

  • โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis): เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อสมองและไขสันหลัง ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียและหาวบ่อยครั้ง

  • ภาวะสมองบวมหรือเนื้องอกในสมอง: ในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด การหาวที่ผิดปกติอาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันในสมองที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากภาวะสมองบวมหรือเนื้องอก


5. ปัญหาสุขภาพอื่นๆ


นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว การหาวบ่อยๆ ยังอาจเกี่ยวข้องกับภาวะสุขภาพอื่นๆ ได้อีก เช่น:



  • โรคเบาหวาน: การหาวที่มากเกินไปอาจเป็นอาการหนึ่งของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

  • ปัญหาเกี่ยวกับตับ: การทำงานของตับที่ผิดปกติอาจส่งผลต่อการทำงานของสมองและทำให้ง่วงนอนผิดปกติ

  • ภาวะขาดน้ำ (Dehydration): ร่างกายที่ขาดน้ำอาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและหาวบ่อยขึ้น


สรุป


การหาวเป็นเรื่องปกติ แต่การหาวที่มากเกินไปหรือหาวผิดปกติอาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกาย หากคุณสังเกตว่าตัวเองหาวบ่อยจนผิดปกติ หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เหนื่อยล้าผิดปกติ หายใจไม่สะดวก หรือรู้สึกไม่สบายตัว ไม่ควรละเลยและควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง การรู้เท่าทันและรีบเข้ารับการวินิจฉัยจะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่ถูกต้องและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้


ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล


แหล่งที่มาฐานข้อมูลออนไลน์ : Sanook.com