ในการศึกษาเรื่อง "ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี : กรณีศึกษา ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท กรมบังคับคดี" มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อความสำเร็จในการไกลเกลี่ยระงับข้อพิพาทชั้นบังคับคดี ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินการไกลเกลี่ยระงับข้อพิพาทชั้นบังคับคดี เพื่อพัฒนากระบวนการไกล่เกลี่ย ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
กรมบังคับคดี ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้วิธีการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง และเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง "ผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญ (Key Informant)" คือ กลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการไกลเกลี่ยระงับข้อพิพาทชั้นบังคับคดีของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท กรมบังคับคดี เช่น คู่ความ
ผู้ไกล่เกลี่ย และบุคลากรของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท กรมบังคับคดี
ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการไกล่เกลี่ยในชั้นบังคับคดี ประกอบด้วย ปัจจัยด้านคู่ความ ได้แก่ การเตรียมตัว จัดเตรียมข้อเสนอ ตั้งเป้าหมายในการมาไกล่เกลี่ยของคู่ความ ข้อเสนอในการชำระหนี้ของลูกหนี้ และข้อเสนอในการรับชำระหนี้ของโจทก์ ตลอดจนความสามารถในการชำระหนี้ของจำเลยหรือลูกหนี้
ปัจจัยด้านผู้ไกล่เกลี่ย ได้แก่ ประสบการณ์และความชำนาญในการไกล่เกลี่ย และความรู้ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทที่เข้าสู่การไกล่เกลี่ย
ปัจจัยด้านกระบวนการในการไกล่เกลี่ย ประกอบไปด้วย การติดต่อประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ของศูนย์ไกล่เกลี่ยกับผู้ไกล่เกลี่ย ระยะเวลาในการไกล่เกลี่ย และการนัดหมาย
ในการเข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ย และขั้นตอนในการเจรจาไกล่เกลี่ย
ปัจจัยด้านอื่น ๆ คือ จำนวนทุนทรัพย์ ในกรณีที่คดีมีจำนวนทุนทรัพย์สูงการไกล่เกลี่ย
มีข้อตกลงและรายละเอียดที่ต้องเจรจามากขึ้น ต้องใช้ระยะเวลานานกว่ากรณีที่เป็นการไกล่เกลี่ยที่มีทุนทรัพย์น้อย ๆ และบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับคู่ความในการเจรจาไกล่เกลี่ย เช่น ทนายความ หรือญาติ มีผลทำให้การเจรจาไกล่เกลี่ยไม่ประสบความสำเร็จได้
ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี ได้แก่
การไม่สามารถติดต่อประสานงานกับคู่ความได้ การไม่เตรียมตัวในการมาไกล่เกลี่ยของคู่ความ และปัญหาการรับรู้ของคู่ความเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยในชั้นบังคับคดี โดยยังมีคู่ความหรือประชาชนอีกมากที่ยังไม่รู้ว่า แม้ศาลจะมีคำพิพากษา หรือมีการบังคับคดีแล้ว คู่ความก็ยังสามารถเข้ามาสู่กระบวนการ
ไกล่เกลี่ยได้
จากผลการศึกษาครั้งนี้มีข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนากระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
ชั้นบังคับคดี ควรมีการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ด้านการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีให้เป็นที่รับรู้โดยทั่วไป รวมทั้งประชาสัมพันธ์และประสานงานในระดับนโยบายกับเจ้าหนี้ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและที่เป็นสถาบันการเงิน เช่น ธนาคาร บริษัทเงินทุน ฯลฯ ให้เห็นความสำคัญของกระบวนการไกล่เกลี่ยในชั้นบังคับคดี เพื่อให้เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินเข้ามาสู่กระบวนการ
ไกล่เกลี่ยมากขึ้น และควรมีการลดค่าธรรมเนียมถอนการยึด ถอนการอายัด อันเนื่องมาจากการไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดีสำเร็จ
MARC Information