• NBTC E-Lib_082020
  • Mobile Application NBTC E-Library
  • National Geographic Magazine
  • Infocenter

Duangchai Maneechot
25 Feb 2021

“เอไอเอส-ทรู” เดิมพัน 5G เดินเกมคู่ขนานปั๊มลูกค้า - โชว์ยูสเคส

5G


นับเป็นมวยถูกคู่จริง ๆ ในสังเวียน 5G สำหรับเอไอเอส และกลุ่มทรู เพราะต่างฝ่ายต่างเร่งเกมบุกเต็มสูบแบบไม่มีใครยอมใครทั้งในแง่การปูพรมขยายเครือข่าย การจับมือกับพันธมิตรในภาคส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่ผู้ผลิตอุปกรณ์, สถาบันการศึกษา และอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในการนำเทคโนโลยี 5G ไปประยุกต์ใช้ และทดสอบ “ยูสเคส” ที่จับต้องใช้งานได้จริงจัง


ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ทั้งเอไอเอส และทรูมูฟ เอช ต่างประกาศว่า เครือข่ายการให้บริการ 5G ของทั้งคู่ครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ในทั้ง 77 จังหวัดแล้ว


ล่าสุดทั้งคู่ไปจ่ายเงินค่าคลื่น 26 GHz ซึ่งแถบคลื่นนี้เป็นช่วงคลื่นความถี่สูง ตอบโจทย์การใช้งานของภาคอุตสาหกรรม


 


“ทรู” เดินเกมคู่ขนานปักธงผู้นำ


นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ หัวหน้าคณะทำงานและกรรมการยุทธศาสตร์ 5G บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่ากลุ่มทรูให้ความสำคัญกับการปักธงในการเป็นผู้นำเทคโนโลยี 5G ต่อเนื่อง


นับตั้งแต่เข้าประมูลคลื่นเมื่อปีที่ผ่านมาก็เร่งขยายเครือข่ายเร็วที่สุดด้วยการใช้ 2 คลื่นหลัก ได้แก่ คลื่น 2600 MHz และ 700 MHz ปูพรมขยายบริการทั่วประเทศทำให้พื้นที่บริการไม่ได้มีเฉพาะหัวเมืองหลัก 77 จังหวัดทั่วประเทศแต่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลยังครอบคลุมมากถึง 98% ของประชากร มากกว่าคู่แข่งรายอื่นอย่างแน่นอน


ดังนั้นจากนี้จะเร่งทำตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้า พร้อมไปกับการพัฒนาบริการเชิงลึกกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G


โดยตั้งเป้าว่าในสิ้นปีนี้จะเพิ่มฐานลูกค้า 5G ให้ได้ไม่น้อยกว่า 1 ล้านราย จากที่ปัจจุบันมีลูกค้าใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G อยู่แล้วเกือบ 5 แสนเครื่อง แต่มีการใช้งานแพ็กเกจ 5G ราว 50% หรือ 2.5 แสนราย สิ่งที่ต้องทำต่อคือ


ดึงกลุ่มที่มีเครื่องอยู่แล้วให้มาใช้แพ็กเกจ 5G สร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เพิ่มเติมด้วยการนำเสนอแพ็กเกจที่ตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และสร้างประสบการณ์ในการใช้งานที่เหนือกว่า 3G/4G โดยเฉพาะด้านคอนเทนต์ ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มทรูมีความพร้อมมากกว่าคู่แข่ง


“เรามั่นใจว่าเรื่องคอนเทนต์ดิจิทัล เรามีประสบการณ์มากที่สุด และทำมาก่อนใคร และจะใช้จุดนี้ยกระดับดิจิทัลไลฟ์สไตล์ด้วยศักยภาพของ 5G ให้ลูกค้าสัมผัสได้ชัดเจน ในแง่การทำตลาดจะเดินเกมรุกตลอดทั้งปี โดยใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้าที่มีในแง่การสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย และจัดแพ็กเกจให้ตรงกลุ่มและตรงความต้องการ”


เร่งเกมขยายฐานลูกค้า


นายพิรุณกล่าวด้วยว่า ต้องยอมรับว่าลูกค้ากลุ่มแรกที่เข้ามาใช้ 5G ไม่ได้เกิดจากการประสบการณ์ในการใช้งาน แต่เพราะเครื่องรุ่นใหม่เปิดตัว เช่น ไอโฟน 12 แต่ปัจจุบันแม้จะมีเครื่องหลากหลายรุ่นและหลากหลายแบรนด์ให้เลือกมากขึ้นแล้ว แต่ระดับราคาถูกสุดยังอยู่ในหลักหมื่นต้น ๆ


แต่คาดว่าไม่เกินกลางปีจะเริ่มมีเครื่องราคาราว 5 พันบาทมากขึ้นทำให้มีลูกค้าที่ใช้เครื่อง 5G เพิ่มขึึ้นด้วย แต่จะเปลี่ยนแพ็กเกจหรือไม่ ต้องจูงใจด้วยประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีกว่าเดิม เพราะราคาแพ็กเกจรายเดือนสูงกว่า 3G และ 4G


“แพ็กเกจ 5G ต่ำสุดจะอยู่ที่ 699 บาท/เดือน สูงกว่า 3G/4G หรือใน “อันลิมิเต็ด แพ็กเกจ” สูงสุดของ 4G อยู่ที่ 1,099 บาท/เดือน แต่ใน 5G จะขยับไปที่ 1,199 บาท/เดือน เป็นต้น ในมุมของผู้ให้บริการ 5G


ทำให้รายได้ต่อเลขหมายต่อเดือนในบริการโพสต์เพดขยับขึ้น ซึ่งการจะทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายแพงขึ้นก็ต้องมาจากประสบการณ์ในการใช้งานที่เหนือกว่าเทคโนโลยีเดิม ซึ่งมั่นใจว่าเรามีความพร้อมที่จะโชว์ศักยภาพในการเป็นผู้นำ 5G ได้ทั้งในแง่การมีบริการที่ครบวงจรในเครือทรู และการมีพันธมิตรอย่างไชน่าโมบายที่มีประสบการณ์ด้าน 5G”



 


เอไอเอสลุยลงทุน 2.5 หมื่นล้าน


ด้าน นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เปิดเผยถึงแผนการลงทุนในปีนี้ว่า มีงบประมาณ 25,000-30,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการขยายโครงข่ายบนเทคโนโลยี 4G และ 5G ราว 21,000-27,000 ล้านบาท และบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต 3,000-4,000 ล้านบาท


รวมไปถึงการมุ่งมั่นผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยี 5G ไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางทั้งในภาคธุรกิจและผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งการเติบโตของการใช้งานมีหลายองค์ประกอบร่วมกัน ทั้งโครงข่าย, ดีไวซ์ และการพัฒนาโซลูชั่นให้เหมาะกับการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ


“ตั้งแต่ได้คลื่น 5G มาเมื่อปีที่แล้ว เราเดินหน้าขยายโครงข่ายจนเปิดให้บริการครบ 77จังหวัดได้เป็นรายแรก โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ครอบคลุม 100% และปีนี้ยังเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากสำหรับการเดินหน้าประเทศ


และเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่ต้องผนึกกำลังเสริมความแข็งแกร่งเพื่อให้เราฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิดไปด้วยกันให้ได้ ซึ่งเอไอเอสในฐานะผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ยึดมั่นในบทบาทนี้”


ล่าสุดได้ร่วมกับเอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์(SNC) ผู้ผลิตกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ EEC นำเทคโนโลยี 5G มาเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตในโรงงาน โดยที่ผ่านมาได้ร่วมทดลองการใช้งานบนคลื่น 26 GHz แล้ว พร้อมเป็นต้นแบบของการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่การเป็น digital industrial


ก่อนหน้านี้ นายวัชรพงศ์ ลีโทชวลิต ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า ในปีนี้ได้ตั้งเป้าลูกค้า 5G ไว้ที่ 1 ล้านรายเพิ่มจาก 2.4 แสนรายในสิ้นปี 2563


 


คลื่นครบเร่งเจาะอุตสาหกรรม


นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส เสริมว่า ปัจจุบันมีคลื่นความถี่ถึง 1,420 MHz ครอบคลุมทุกย่านความถี่ ทั้งความถี่ต่ำกลาง และสูง สามารถให้บริการได้ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งผู้บริโภคและอุตสาหกรรมต่าง ๆ


ด้าน นายสมชาย งามกิจเจริญลาภ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอ็นซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้ร่วมกับเอไอเอสนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในโรงงานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ใน 3 ส่วน ได้แก่ 1. 5G AGV เป็นการใช้ 5G ควบคุม และสั่งการรถ AGV (automated guided vehicles) สำหรับการขนส่งชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับสายการผลิตภายในโรงงาน และระหว่างโรงงาน


2. 5G Smart Robot ใช้ 5G ควบคุมสั่งการในส่วนของแขนกลหุ่นยนต์ (robot) ที่ใช้งานในส่วนสายการผลิตที่เกี่ยวข้อง และรูปแบบที่ 3 คือ 5G Active Dashboard ประยุกต์ใช้งาน 5G ในการเชื่อมต่อระหว่าง server และ machine เพื่อมอนิเตอร์สายการผลิตได้แบบเรียลไทม์


ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล ประธาน EEC Industrial Forum กล่าวว่า “นักลงทุนส่วนใหญ่ที่จะเข้ามาลงทุนในไทยมีเทคโนโลยีพร้อมแล้ว แต่ไทยยังขาดโซลูชั่นทำให้หลายรายก็ยังไม่ตัดสินใจเข้ามา เชื่อว่าการลงทุน 5G ของเอไอเอสจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนของภาคอุตฯ ในหลายมิติ ทั้งทำให้ธุรกิจไทยแข่งขันบนตลาดโลกได้ ดึงความเชื่อมั่นให้ลงทุนต่อ ไม่ย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น”


ขอขอบคุณแหล่งที่มา :